1. เส้นทางสำหรับมือใหม่ & ใกล้กรุงเทพฯ (One Day Trip เดินง่าย)
เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่มีเวลามาก หรืออยากไปเช้าเย็นกลับเพื่อซ้อมร่างกาย
- หุบเขาตีนไก่ (นครนายก): เส้นทางยอดฮิตของมือใหม่ มีจุดเช็กอินดังอย่างผานางดำและเขาหัวหมวก ระยะเดินสั้นและสามารถกางเต็นท์ได้
- น้ำตกโกรกอีดก (สระบุรี): เส้นทางลุยป่าดิบชื้นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร (ไป-กลับ) ผ่านลำธารหลายจุดเพื่อไปพบความอลังการของน้ำตกใหญ่
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (นครราชสีมา): มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เลือกหลายระดับ เช่น เส้นทางผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต (3 กม.) เดินง่าย ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง หรือเส้นทาง Km.33-หนองผักชี ที่เหมาะกับการส่องสัตว์

2. เส้นทางระดับปานกลาง (ค้างคืนยอดฮิต วิวอลังการ)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานร่างกายพร้อม และอยากสัมผัสประสบการณ์นอนเต็นท์กลางป่า
- ภูกระดึง (เลย): เส้นทางครบรสระยะเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 9 กิโลเมตร ข้างบนเป็นลานสนกว้างใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเดินป่าระยะไกล
- ภูสอยดาว (อุตรดิตถ์): ขึ้นชื่อเรื่องลานสนและทุ่งดอกไม้ป่า (โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะเต็มไปด้วยดอกหงอนนาค) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 6.5 กิโลเมตร ผ่านเนินชันต่าง ๆ
- ดอยม่อนจอง (เชียงใหม่): โดดเด่นด้วยทุ่งหญ้าสีทองและหัวสิงห์ ระยะเดินเท้าค่อนข้างสั้นเพียง 4 กิโลเมตร (ประมาณ 3 ชั่วโมง) วิวสวยคุ้มค่าเหนื่อย

3. เส้นทางระดับลุยหนัก (ชัน ท้าทาย สายอึด)
เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่านการเดินป่ามาแล้ว มีร่างกายที่แข็งแรงมาก และต้องการความท้าทายขั้นสูง
- เขาช้างเผือก (กาญจนบุรี): เส้นทางสันเขาที่เลื่องชื่อเรื่อง “สันคมมีด” ชันและแคบ เสียวไส้แต่ได้วิวพาโนรามา จำกัดคนขึ้นต่อวันและเปิดให้เที่ยวเฉพาะช่วงหน้าหนาว
- ดอยหลวงเชียงดาว (เชียงใหม่): ยอดเขาสูงอันดับต้น ๆ ของไทย โดดเด่นด้วยพรรณไม้กึ่งอัลไพน์และวิวทะเลหมอก 360 องศา ต้องจองคิวล่วงหน้าอย่างเข้มงวด
- โมโกจู (กำแพงเพชร): เส้นทางในฝันของสายลุย โหดที่สุดด้วยระยะทางเดินเท้าไป-กลับรวมกว่า 64 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4-5 วันเพื่อไปพิชิตหินเรือใบ
