การเลือกเสื้อผ้าสำหรับเดินป่าให้เหมาะกับสภาพอากาศนั้น หัวใจสำคัญคือ การแต่งกายแบบจัดเลเยอร์ (Layering System) เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าตามอุณหภูมิร่างกายและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยทั่วไปจะเน้นผ้าใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนลอน หรือผ้าวูล (Merino Wool) ที่แห้งไวและระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงผ้าฝ้าย (Cotton) เพราะอมน้ำและแห้งช้า ซึ่งอาจทำให้ร่างกายหนาวสั่นจนเกิดภาวะตัวเย็นเกินไป (Hypothermia) ได้
สภาพอากาศร้อนชื้น (ป่าเมืองไทยทั่วไป)
เน้นเสื้อผ้าที่เน้นการระบายอากาศขั้นสุด ปกป้องผิวจากแสงแดด แมลง และกิ่งไม้ขีดข่วน
- เสื้อตัวใน: เสื้อยืดแขนสั้นหรือแขนยาวที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ (Polyester/Nylon) น้ำหนักเบา ระบายเหงื่อได้เร็ว
- กางเกง: กางเกงเดินป่าขายาวเนื้อผ้าแห้งไว ยืดหยุ่นได้ดี ป้องกันทาก แมลง และหนาม หรือเลือกแบบที่ถอดขาเป็นขาสั้นได้ (Convertible Pants)
- อุปกรณ์เสริม: หมวกปีกกว้าง และปลอกแขนกัน UV

สภาพอากาศหนาว (ยอดดอยช่วงฤดูหนาว)
เน้นการกักเก็บความอบอุ่นให้กับร่างกาย และระบายความชื้นจากเหงื่อออกไปเพื่อไม่ให้ร่างกายเย็นตัวลง
- เลเยอร์ชั้นใน (Base Layer): เสื้อและกางเกงรัดรูป (Thermal Underwear) ทำจากผ้าวูลหรือใยสังเคราะห์ เพื่อจัดการกับความชื้นจากเหงื่อ
- เลเยอร์ชั้นกลาง (Middle Layer): เสื้อฟรีซ (Fleece) หรือเสื้อขนเป็ดน้ำหนักเบา (Down Jacket) ทำหน้าที่กักเก็บความร้อนจากร่างกาย
- เลเยอร์ชั้นนอก (Outer Layer): เสื้อแจ็กเก็ตกันลม (Windbreaker) ที่ช่วยป้องกันลมหนาวไม่ให้พัดผ่านเข้ามาดึงความร้อนออกจากร่างกาย
- อุปกรณ์เสริม: หมวกไหมพรม, ถุงมือ, และถุงเท้าหนาสำหรับเดินป่า

สภาพอากาศมีฝน (ป่าหน้าฝนหรือป่าดิบชื้น)
เน้นการกันน้ำจากภายนอกไม่ให้เสื้อผ้าข้างในเปียกชื้น ในขณะเดียวกันก็ต้องระบายเหงื่อจากภายในได้ด้วย
- เสื้อแจ็กเก็ตกันฝน (Hardshell Jacket): ควรเลือกผ้าที่มีคุณสมบัติกันน้ำและระบายอากาศได้ (Waterproof/Breathable) เช่น Gore-Tex ซึ่งจะดีกว่าเสื้อกันฝนพลาสติกทั่วไปที่ใส่แล้วอบอ้าวอบเหงื่ออยู่ข้างใน
- กางเกงกันฝน: กางเกงเคลือบสารกันน้ำ (Water-resistant) หรือกางเกงกันฝนแบบสวมทับที่แห้งไว
- อุปกรณ์เสริม: ถุงรัดข้อเท้า (Gaiters) เพื่อกันน้ำ โคลน และทากไม่ให้เข้าไปในรองเท้า
